กว่า ๑๓๐ ปี ของ "ศุลกสถาน"
ศุลกสถาน - The Custom House (โรงภาษีร้อยชักสาม หรือโรงภาษีเก่า ชาวแต้จิ๋วเรียกว่า ฟ้าซีกวนหรือแป๊ะลั่นซา) อดีตอาคารที่ทำการของศุลกสถาน (กรมศุลกากรในปัจจุบัน) สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ในช่วงสยามเปลี่ยนจากระบบเศรษฐกิจแบบผูกขาดไปเป็นการค้าเสรี ในปี พ.ศ. ๒๔๓๓
ศุลกสถาน เป็นอาคารสูง ๓ ชั้น มีมุขกลางสูง ๔ ชั้น ศิลปะโรมันคลาสสิค โดยมีสถาปัตยกรรมทรงนีโอคลาสสิก และสมมาตรตามวิถีของปัลลาดีโอ (Neo-Palladian) และมีอาคาร ๓ หลังเชื่อมต่อกันเป็นรูปตัวไอ ซึ่งได้รับการออกแบบและก่อสร้างโดย โยอาคิม กรัสซี (Joachim Grassi or Gioachino Grassi) สถาปนิกชาวอิตาลี สัญชาติออสเตรียน - ฝรั่งเศส ที่มีชื่อเสียงและมีผลงานมากมาย
ศุลกสถานแห่งนี้ นอกจากจะเป็นที่ทำการเก็บภาษีสินค้าขาเข้าที่เรียกว่า "ภาษีร้อยชักสาม" แล้วสมัยพระวรงค์เธอพระองค์เจ้าพร้อมพงศ์อธิราช เป็นอธิบดีกรมศุลกากร ก็เคยใช้ศุลกสถาน เป็นที่จัดเลี้ยงและเต้นรำของเชื้อพระวงศ์และชาวต่างชาติ ในงานเฉลิมพระชนมพรรษา ๒ - ๓ ครั้ง รวมทั้งเป็นที่จัดเลี้ยงงานสมโภชเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จนิวัติพระนครหลังจากเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก
จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๐๒ อาคารศุลกสถานถูกปรับเป็นที่ทำการของสถานีตำรวจดับเพลิงบางรัก เป็นระยะเวลายาวนานกว่า ๖๐ ปี ก่อนจะย้ายออกไป ปัจจุบันตัวอาคารถูกปิดการเข้าใช้งาน และอยู่ในสภาพทรุดโทรม
ปัจจุบันสืบเนื่องจากการลงนามข้อตกลง “โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงที่ตั้งโรงภาษีร้อยชักสาม” ระหว่างกระทรวงการคลังกับ บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) ยู ซิตี้ พร้อมด้วยกรมศิลปากร ได้เริ่มลงพื้นที่สำรวจทางโบราณคดีพร้อมทั้งบันทึกและศึกษารายละเอียดด้านสถาปัตยกรรมของศุลกสถาน ในวันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อบันทึกหลักฐานทางประวัติศาสตร์และรูปแบบโครงสร้างดั้งเดิมของตัวอาคารโดยละเอียด โดยข้อมูลและโครงสร้างเดิมที่ค้นพบจากการขุดค้นดังกล่าวจะถูกนำมาใช้อ้างอิงสำหรับการบูรณะอาคารศุลกสถานและการก่อสร้างอาคารใหม่ที่จะเกิดขึ้นภายในพื้นที่ในอนาคต
โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงที่ตั้งโรงภาษีร้อยชักสาม จะใช้เวลาดำเนินการรวมประมาณ ๖ ปี ประกอบด้วยการสำรวจขุดค้นทางโบราณคดี การบูรณะซ่อมแซมอาคารเดิมจำนวน ๓ หลัง ด้วยการเสริมโครงสร้างและความแข็งแรง การตกแต่งภายนอก และการตกแต่งภายใน รวมถึงการสร้างอาคารใหม่อีก ๑ หลัง โดยคาดการณ์ว่าการดำเนินงานทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในปี พ.ศ. ๒๕๗๘ ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า ๔,๖๐๐ ล้านบาท และในลำดับต่อไปของการพัฒนาโครงการฯ จะครอบคลุมไปถึงการปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นห้องประชุมสัมมนา ห้องจัดเลี้ยง พร้อมด้วยห้องอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
ขอบพระคุณภาพและข้อมูลเบื้องต้นจากทวิตเตอร์ @AsiaTitawat
ป้ายกำกับ
- 000 บาท
- 13 วิธีทำไงให้แก่ช้า
- 98 ข้อคิด ในการดำเนินชีวิต
- กว่า ๑๓๐ ปี ของ "ศุลกสถาน"
- เก็บตกงานลอยกระทง
- คามิคัสซุ เมืองเล็กๆในญี่ปุ่นที่ไม่มีขยะ
- คำคม
- คำคมการทำงาน
- จากคนยากจนสู่ตระกูลที่รวยที่สุดในโลก
- ทำยังไงให้มีเงินเดือนเกิน 100
- เทคนิคการเขียนบทความ seo ที่ประสบความสำเร็จ
- เน็ตไอดอลลาว ຕຸລາ ວັນທອງທິບ
- บทความดีๆ เกี่ยวกับมองโลกในแง่ดี
- ปรัชญาจากไวโอลิน
- สะพานน้ำคอนยาวสุดในลาว พาเส้นทางรถไฟจีน-ลาว
- สาวสวยเรณู
- ຄວາມຄືບຫນ້າລດໄຟລາວ-ຈີນ
- ຕະຫຼາດ ນັດບ້ານດົງພຸງ ເມືອງ ໄຊຍະບູລີ ແຂວງ ສະຫວັນນະເຂດ
- ວັດທະນະທຳ ການນຸ່ງຖືຂອງຄົນລາວ.


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น