วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564

พายุโคงุมะ.เข้าสปป.ลาว



พายุโคงุมะ.เข้าสปป.ลาว 

เหนือ ถึงภาคกลาง ของ สปป.ลาว ..
ยังคงต้องเผชิญ ฝนตกหนัก ลมแรง ในวันที่ 15-16 มิถุนายน.   จะเริ่มเบาบาง และอากาศจะร้อนขึ้น ในวันที่ 17-20 มิถุนายนพายุนี้ เข้าลาวตั้งแต่บ่ายวันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายนเมืองช้าง ไชยะบุรี ... เฉียบพลันสายน้ำจาก น้ำฮุ่ง ล้นไหลท่วมพื้นที่ตัวเมือง บริเวณกว้างมากโคงุมะ ทำรุนแรงเหลือเกิน
น่าจะหนักหน่วงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ภาพมุมสูงจาก Mr. Bay Discovery laos


ພາຍຸໄຕ້ຝຸ່ນ Koguma ພັດເຂົ້າປະເທດລາວ
ທິດ ເໜືອ ຕິດກັບພາກກາງຂອງສປປລາວ ..
ຍັງປະເຊີນກັບຝົນຕົກ ໜັກ ແລະລົມແຮງໃນວັນທີ 15-16 ມິຖຸນາ ມັນຈະເລີ່ມເບົາບາງລົງ ແລະອາກາດຈະຮ້ອນຂື້ນໃນວັນທີ 17-20 ມິຖຸນາພາຍຸຫົວນີ້ໄດ້ພັດເຂົ້າປະເທດລາວຕັ້ງແຕ່ຕອນບ່າຍວັນອາທິດທີ 13 ມິຖຸນາ.
Muang Chang, Chaiyaburi ...











ທັດສະນະທາງອາກາດຈາກທ່ານ Bay Discovery laos

วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564

ວັດທະນະທຳ ການນຸ່ງຖືຂອງຄົນລາວ.

ວັດທະນະທຳ ການນຸ່ງຖືຂອງຄົນລາວ.

ວັດທະນະທຳການນຸ່ງຖື ແມ່ນມຸນມໍລະດົກອັນໜື່ງ ທີ່ບັນພະບູລຸດປະໄວ້ໃຫ້ລູກຫຼານຄົນລາວສືບທອດມາເຖິງທຸກວັນນີ້ ອັນເປັນສິ່ງເອກອ້າງສະແດງໃຫ້ຊາວໂລກໄດ້ເຫັນເອກະລັກໜື່ງ ຂອງຄວາມເປັນຊາດລາວ.
          ປະເພນີການນຸ່ງຖື ບາງຮູບການກໍ່ໄດ້ວິວັດໄປຕາມແຕ່ລະຍຸກ ແຕ່ລະສະໃໝ ຕາມຄວາມນິຍົມ.  ແຕ່ເດີມນັ້ນ.

          ປັດຈຸບັນກໍ່ນິຍົມກັນໃສ່ຊຸດດຳໄປສົ່ງສະການ ຈົນເປັນປະເພນີແລ້ວ. ການນຸ່ງຖືເຂົ້າວັດວາອາຮາມເພື່ອໄປເຮັດບຸນຕັກບາດຢາດນໍ້າ ສ້າງສິນກິນທານຕາມຮີດຄອງປະເພນີ ແມ່ຍິງຕ້ອງເກົ້າຜົມ ຫຼື ມັດຜົມ ແລະ ບ່ຽງຜ້າ ຫຼື ຖືແພພາດບ່າພ້ອມ. ມາຮອດດຽວນີ້ ເຫັນວ່າມີການປ່ອຍປະລະເລີຍ, ບໍ່ບ່ຽງແພຍັງບໍ່ແລ້ວ ບໍ່ໜໍາຊ້ໍາຍັງນຸ່ງເສື້ອສາຍດຽວໂຊສາຍບື ໃສ່ສະເກິດສັ້ນໆ ອັນເປັນການກໍ່ໃຫ້ສາສນາມີຄວາມດ່າງພ້ອຍ;  ສະຖານທີ່ທີ່ເປັນອັນສັກກະລະບູຊາ ຄວນມີປ້າຍເຕືອນ ຫຼື ຂໍ້ແນະນຳໃຫ້ຮູ້ ເພື່ອບໍ່ເປັນການປະໝາດຂອງແຂກຕ່າງປະເທດ. ແຕ່ການຈະໃຫ້ເຂົາເຈົ້າບ່ຽງຜ້າ, ໃສ່ແພພາດບ່ານັ້ນ ຄົງຈະເປັນໄປໄດ້ຍາກ;  ພຽງແຕ່ເຫັນຊຸດປະຈຳຊາດຂອງແມ່ຍິງລາວ ກໍ່ສາມາດຮູ້ໄດ້ວ່າແມ່ນຄົນປະເທດໃດ. ສະນັ້ນ, ເພີ່ນຈິ່ງມີຄຳກ່າວໄວ້ວ່າ: “ສີລະປະແມ່ຍິງຄືດອກໄມ້ປະຈຳຊາດ”.  ສີລະປະ, ກິຣິຍາມາລະຍາດ, ຄວາມສວຍສົດງົດງາມ ແລະ ຄວາມອຸດົມຮັ່ງມີຕ່າງໆຂອງຊາດ ລ້ວນແຕ່ມາເຕົ້າໂຮມຢູ່ໃນຕົວຂອງແມ່ຍິງ;  ຢູ່ບັນດາຂົງເຂດອາຊີຕາເວັນອອກສ່ຽງໃຕ້ ນອກຈາກແມ່ຍິງລາວນຸ່ງສິ້ນແລ້ວ, ກໍ່ຍັງແມ່ຍິງມຽນມາ, ແມ່ຍິງກຳປູເຈຍ, ແມ່ຍິງມາເລເຊຍ ແລະ ແມ່ຍິງໄທກໍ່ນຸ່ງສິ້ນຄືກັນ ແຕ່ວານຸ່ງສິ້ນ ແລະ ລັກສະນະຜືນສິ້ນແຕກຕ່າງກັນ;  ແມ່ຍິງລາວນຸ່ງສິ້ນມີ່ຕໍ່ຫົວ ແລະ ຕໍ່ຕີນ, ນຸ່ງສິ້ນລ່າມບໍ່ໃຫ້ປົກປາຍຕີນ ເພາະຈະເຮັດໃຫ້ຂ້ອງ ຫຼື ຢຽບຕີນສິ້ນລົ້ມ, ນຸ່ງພໍເຂີນຕາຕຸ່ມມ໋ອງ ພໍໃຫ້ໄດ້ອວດປອກຂາເງີນ (ແຕ່ກ່ອນ ແມ່ຍິງລາວນິຍົມໃສ່ປອກຂາ), ຖ້ານຸ່ງສິ້ນເຂີນນ່ອງຖືວ່າເປັນການບໍ່ສຸພາບ. ຄຸນຄ່າຂອງສິ້ນສີລະປະ ແລະ ຜ້າບ່ຽງແພໃໝ ແມ່ນຄວາມງາມຂອງສີລະປະສີໄມ້ລາຍມືຂອງຄົນລາວ. ສ່ວນຜົມທີ່ເກົ້ານັ້ນ ກໍ່ປະດັບດ້ວຍສາຍຄ້ອງ, ສາຍຍັງ ແລະ ປັກປິ່ນເກົ້າ.

          ຄວາມສວຍງາມຂອງອາເພດຊົງລາວ ໄດ້ເຮັດໃຫ້ຊາວຕ່າງປະເທດຫັນມາສົນໃຈ ແລະ ນິຍົມຊົມຊອບສີ້ນໃໝແພລາວ ຈົນໄດ້ກັບກາຍມາເປັນສິນຄ້າສົ່ງອອກທີ່ດີອີກປະເພດໜື່ງ.
          ຄິດນຳກັນເບິ່ງວ່າ!  ຊາວຕ່າງປະເທດ ຜູ້ຫວັງດີຍັງເປັນຫ່ວງ ແລະ ເສຍດາຍແທນຄົນລາວເຮົາທີ່ເບິ່ງຂ້າມ ແລະ ຖືເບົາກັບຮີດຄອງປະເພນີອັນດີງາມ ທີ່ຕົນມີມາແຕ່ຊ້ານານແລ້ວ. ຊາຫຍັງ ຕຳໝາກຮຸ່ງ, ລາບກັອຍ, ປາແດກຕ່ອນກ້າງຂອງກິນກັບເຂົ້າທຸກມື້ ຍັງຖີກອ້າງໄປເປັນຂອງເພີ່ນ. ລະວັງສີ້ນນຸ່ງແພຖືເປັນຂອງກັບຊາດແທ້ໆ ສັງຊິໄລລະຖິ້ມໃຫ້ເປັນຂອງຊາດອື່ນອີກ. ເຂົາຊິຍຸ້ມລະເຮີ່ຍຫົວແທ້ໄດ໋ ຖ້າບໍ່ຮັກສາໄວ້.
          ໃນຕໍ່ໜ້ານີ້ ທິດຂະຫຍາຍເສດຖະກິດຂອງຊາດເຮົາ ແມ່ນແນໃສ່ສ້າງປະເທດລາວໃຫ້ເປັນແຫຼ່ງທ່ອງທ່ຽວ. ສິ່ງໄດທີ່ເປັນມູນເຊື້ອອັນດີງາມຂອງຊາດລາວ ຈົ່ງພາກັນເສີມຂະຫຍາຍ ສືບຕໍ່ປົກປັກຮັກສາເອກະລັກ ເພື່ອຄວາມກ້າວໜ້າ ແລະ ຊື່ສຽງຂອງຊາດລາວເຮົາ.

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

98 ข้อคิด ในการดำเนินชีวิต

98 ข้อคิด ในการดำเนินชีวิต



1. จงทำดี อย่าหวังค่าตอบแทน ถึงแม้จะเป็นเพียงคำสรรเสริญก็ตาม..

2. จงทำดี ให้มันดี ถึงแม้ผลงานออกมาไม่ดี ก็ถือว่าเราทำดีที่สุดแล้ว..

3. จงทำดี แต่อย่าอวดดี เพราะทุกคนก็มีดีไม่เหมือนกัน..

4. อุปสรรคมักจะเกิดขึ้นในขณะที่กำลังทำความดี .. ดีเหลือเกินหนี้สินเก่าจะได้หมดไป

5. อุปสรรคมักจะไม่เกิดขึ้นในขณะกำลังทำความชั่ว เพราะเป็นทางกู้หนี้สินใหม่เข้ามาแทน

6. ทุกๆ คนปรารถนาแต่สิ่งที่ดี ๆ แต่ไม่รู้จักการทำความดี

7. ควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ อย่าพยายามแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

8. คนโง่ไม่มีความพยายามที่จะเข้าใจอะไรได้เลย ได้แต่เอะอะโวยวายว่า “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไม? ถึงต้องเป็นเรา ทำไม? ทำไม?

9. ผู้ฉลาดในธรรม ยอมรับว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” ซึ่งไม่มีอะไรที่น่าตกใจเลย เพราะเป็นเรื่องธรรมดา

10. ชีวิตที่ไม่ขาดทุน คือการไม่เคยทำความชั่วเลย

11. เพราะฉะนั้นคนเราเจอทั้งสุขและทุกข์ เพราะว่าทำทั้งดี ทำทั้งชั่ว

12. การตามใจตัวเองอยู่เสมอ เป็นทางตันในการดำเนินชีวิต

13. การขัดใจตัวเอง ก็คือการขัดเกลาหนทางให้ราบเรียบ

14. ถ้าหากเราอยากให้คนอื่นมาเข้าใจหรือเอาใจในตัวเรา เหมือนกับว่าเรายังเป็นเด็กไร้เดียงสาไม่รู้จักเติบโตเลย

15. เราพยายามที่จะเข้าใจคนอื่น มากกว่าที่จะให้คนอื่นมาเข้าใจ ตอนนี้ เรากำลังจะเป็นผู้ใหญ่แล้ว

16. หลายๆ ชีวิต เดินสวนทางกันไปมาอยู่ในขณะนี้ มีทางดำเนินชีวิตไม่เหมือน และก็มีอุปสรรคที่ไม่เหมือนกัน

17. เราอย่าเข้าใจว่า มีความทุกข์มากกว่าคนอื่น คนอื่นมีความทุกข์มากกว่าเราก็ยังมี

18. การร้องไห้เป็นการแสแสร้งที่แบบเนียนเหลือเกินในวันหนึ่ง เพราะพรุ่งนี้เราจะร้องเพลงก็ได้

19. เพราะฉะนั้น เวลาเรามีความทุกข์ ก็อย่าเข้าใจว่า เรามีความทุกข์ เวลาเรามีความสุข ก็อย่าเข้าใจว่า เรามีความสุข ไม่เช่นนั้นเราต้องเป็นคนบ้า ร้องไห้บ้าง ร้องเพลงบ้าง ตามประสาคนบ้า

20. คนอื่นจะให้ได้ดังใจเรานั้น ทุกอย่างไม่มีเลย เพียงแต่เรายอมรับเขา อยู่ในฐานะใดฐานะหนึ่งเท่านั้น

21. แม้แต่ตัวของเราเองก็ยังไม่ได้ดังใจเรา แล้วคนอื่นจะให้ได้ดังใจเรานั้น เป็นอันไม่มี

22. เราไม่ได้ดังใจเขา จะให้เขาได้ดังใจเราอย่างไร

23. ปรารถนาสิ่งใด อย่าพึงดีใจไว้ล่วงหน้า พลาดหวังสิ่งใด อย่าพึงเสียใจตามหลัง23

24. ทุกสิ่งทุกอย่าง มันเป็นเช่นนั้นเอง

25. หากยึดถือมาก ให้ความสำคัญมันมาก ทุกข์มาก

26. หากยึดถือน้อย ให้ความสำคัญมันน้อย ทุกข์น้อย

27. ยินดีไปตามความอยาก คือความมักมากไม่มีสิ้นสุด

28. แท้จริง ผัว ไม่มี เมียไม่มี ลูกไม่มี ทรัพย์สมบัติก็ไม่มี แต่ความยึดมั่นด้วยความลุ่มหลงอย่างหนาแน่นว่าเรามี

29. สักวันหนึ่ง เราคงจะไม่มีอะไรสักอย่างเลย ถึงวันนั้น เราทำใจได้ไหม ?

30. การเกิดขึ้น เพื่อเริ่มต้นไปสู่ความดับลง ท่านจะยึดถือ หรือไม่ยึด นั้นมันเป็นเรื่องของท่าน

31. อุปาทานคือความยึดมั่นถือมั่น กับความรับผิดชอบ มันคนละอย่างกัน

32. วันนี้ต้องดีกว่าวานนี้ พรุ่งนี้จะต้องดีกว่าวันนี้

3.3. ทำดีในวันนี้ พรุ่งนี้จะดีของมันเอง

34. คนโง่จะเสียใจ ร้องไห้ตลอดวัน โดยไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย



35. ส่วนคนฉลาด จะรีบแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เท่าที่จะทำได้

36. เรารักในสิ่งใด จะต้องจากในสิ่งนั้น ช้าหรือเร็วมันอีกเรื่องหนึ่ง

37. ถ้าผัวตายก่อนเมีย เมียจะต้องเสียใจ ถ้าเมียตายก่อนผัว ผัวจะต้องเสียใจ ทำอย่างไร จึงจะไม่เสียใจ

38. ถ้าไม่อยากเสียใจ เมื่อจากกันไป ก็อย่าดีใจเมื่อตอนได้มา

39. ท่านแน่ใจหรือว่าท่านเป็นพระเอกหรือนางเอกตลอดนิรันดรกาล

40. ใช่แน่นอน ! ท่านเป็นตัวเอกในเรื่องของท่าน แต่ท่านอาจจะเป็นตัวสำรองในเรื่องของผู้อื่น

41. เรายืนอยู่บนสนามชีวิต ต้องต่อสู้อุปสรรคทุกรูปแบบ จนกว่าจะปิดฉากละครแห่งชีวิต ด้วยการตายลงไป

42. บทเรียนในตำราเรียน กับบทเรียนในชีวิตจริง มันคงละอย่างกัน

43. ไม่มีตำราเล่มไหน ที่จะสอนเราทุกอย่างก้าวว่าวันนี้เราจะต้องเจออะไรบ้าง และจะต้องแก้อย่างไร ?

44. เสียเงินทอง เสียสิ่งของ เสียเวลา และก็เสียใจ เป็นการจ่ายค่าเทอมชีวิต

45. คนฉลาดจะจ่ายค่าเทอมที่ถูกที่สุด ส่วนคนโง่จะจ่ายค่าเทอมที่แพงกว่ากัน

46. ที่จริงคนตาบอด พิกลพิการเขาน่าจะเป็นทุกข์มากกว่าเรา ทำไม ? เขายังยิ้มแย้มแจ่มใสได้

47. ทำไมเราจึงทุกข์กว่าคนพิกลพิการเล่า ?

48. กายพิการ แต่ใจไม่พิการ ใจพิการ แต่กายไม่พิการ อย่างไหนดีกว่ากัน ?

49. เราสามารถตัดสินหนทางดำเนินชีวิตของเราเองได้ ดีหรือชั่ว อยู่ที่ตัวของเรา

50. คนอื่นสามารถบังคับเราเป็นเพียงบางเวลา ส่วนใจของเรานั้น ไม่มีใครสามารถบังคับได้นอกจากตัวของเราเท่านั้น



51. ถึงแม้งานจะสับสนยุ่งยากเหลือเกิน หากใจมีอิสระแล้ว ไม่เห็นจะยุ่งยากตรงไหน

52. ทุกคนเกิดมาเพื่อทำหน้าที่ ตายเพื่อทำหน้าที่ ดีกว่าตายเพราะไม่ทำหน้าที่

53. รับผิดชอบตัวเอง รับผิดชอบเพื่อนที่ดี และรับผิดชอบสังคม

54. วันนี้เราด่าเขา วันหน้าเขาต้องด่าเรา ชาตินี้เราฆ่าเขา ชาติหน้าเขาจะต้องฆ่าเราอย่างแน่นอน

55. คนทำบาป เพราะเห็นแก่กิน ไม่ต่างอะไรกับกินอาหารผสมยาพิษอย่างเอร็ดอร่อย กินมากก็มีพิษมา กินน้อยก็มีพิษน้อย

56. กฎหมายทางโลก คุ้มครองสัตว์บางจำพวกเท่านั้น ส่วนกฎแห่งกรรมทางธรรม คุ้มครองสัตว์ทุกจำพวก

57. กฎระเบียบของทางโลก อนุโลมไปตามความอยาก ส่วนกฎทางธรรมอนุโลมไปตามความเป็นจริง

58. กรรมคือการกระทำให้สัตว์หยาบ และละเอียดประณีตต่างกัน

59. ไม่มีพระเจ้าองค์ใด ที่จะสร้างเรา ไม่มีพระเจ้าองค์ใด ที่จะทำให้เราร่ำรวยได้ ไม่มีพระเจ้าองค์ใด ที่จะทำให้เราเป็นผู้บริสุทธิ์ได้นอกจากตัวของเราเอง

60. คำว่า “ทำดี ได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว” มากเหลือเกินที่คนได้ยิน น้อยเหลือเกินที่คนรู้จัก

61. เหตุการณ์ความเป็นไปของทางโลก ไม่มีสิ้นสุด เราไม่สามารถจะติดตามได้ตลอดกาลเพราะอายุยังมีที่สิ้นสุด เราจะบ้ากับมันหรือไม่บ้า มันก็เป็นไปอยู่อย่างนั้น

62. เพื่อมิให้เสียเวลา จงกลับมามองดูจิตใจของตนเอง ทำไมถึงซอกแซกสับส่ายถึงขนาดนั้น

63. มันเคยตัว เพราะเราให้โอกาสมันมากเกินไป เพราะรักมันมาก จึงไม่กล้าขัดใจ นาน ๆ ไปอาจกลายเป็นโรควิกลจริตทางด้านจิตใจ

64. การเอาชนะใจตนเอง ไม่ให้ไหลสู่อำนาจฝ่ายต่ำ เป็นสิ่งประเสริฐแท้

65. วันนี้ เราตามใจของตนเอง ด้วยอำนาจแห่งความอยาก วันพรุ่งนี้ เราต้องหมดโอกาสที่จะสบายใจ

66. วันนี้ เราไม่ตามใจตนเอง พรุ่งนี้ เราจะอยู่อย่างสบาย

67. ยิ่งแก่ ยิ่งงก เพราะเขางกมาตั้งแต่ยังไม่แก่ ยิ่งแก่ ยิ่งดี เพราะเขาดีตั้งแต่ยังไม่แก่

68. การวิ่งไปตามความอยาก คือการฆ่าตนเองด้วยความพอใจ

69. ศัตรูมักมาในรูปรอยแห่งความเป็นมิตร ความทุกข์มักมาในรูปรอยแห่งความสุข

70. น้ำหวานผสมยาพิษ คนโง่จะชอบดื่ม เพราะไม่รู้ ยาเสพติด ทำลายร่างกายตนเอง คนโง่ก็จะพากันเสพทั้งที่รู้

71. ความสบายกายและสบายจิต จะหาซื้อด้วยเงินแสนเงินล้านไม่มีเลย ไม่จำเป็นจะต้องซื้อด้วยเงินและทอง

72. คนที่มีศรัทธา มีคุณค่ายิ่งกว่าเงินแสนเงินล้าน

73. เมื่อมีศรัทธา ควรมีปัญญาประกอบด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นคนงมงาย ขาดเหตุผล

74. คนนิยมสร้างพุทธ ที่เป็นรูป คือพุทธรูป แต่ไม่นิยมสร้างพุทธ ที่เป็นนาม คือสภาวธรรมที่รู้แจ้ง รู้จริง ทำให้รู้จักพุทธะ

75. ความจริงต้องมีให้พิสูจน์ จึงจะถือว่าจริงแน่นอน คนโง่จะไม่เชื่อตั้งแต่เริ่มต้น จึงไม่พบกับความจริงในชีวิต มีแต่ความงมงายในชีวิต

76. คนใดถือสิ่งที่ไม่เป็นสาระ ว่าเป็นสาระ ถือสิ่งที่ไม่เป็นสาระ ว่าเป็นสาระคนนั้นมีทางดำเนินในทางที่ผิด เขาจะไม่พบแก่นสารชีวิตที่แท้จริงเลย

77. ผู้ที่หลงเปลือกนอก ย่อมไม่เห็นแก่นใน ผู้ถึงแก่นใน ย่อมเข้าใจเปลือกนอก

78. ความสนุกสนานมัวเมาประมาทในชีวิต ไม่ใช่หนทางดำเนินชีวิตที่แท้จริง มันเป็นหนทางที่ทำให้เสียเวลา

79. หากคนให้ความสำคัญกับการ กิน เล่น เสพกาม และนอน มากกว่าคุณธรรม เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานจะไม่ดีกว่ากันหรือ ? เพราะว่าไม่มีกฎหมายห้าม

80. หากจิตใจเต็มด้วยความโลภ โกรธ หลง ช่องว่างในหัวใจไม่มี มีแต่ความอึดอัด

81. อาหารที่กินเข้าไปมาก แสนจะอึดอัด แต่มีทางระบายออก

82. ยิ่งความโลภ โกรธ หลง ลดลงมากเท่าไร ความปลอดโปร่ง ยิ่งมีขึ้นมากเท่านั้น

83. แสงสว่างในทางธรรม จุดประกายให้ชีวิต ให้พบแต่ความสดใส

84. ความสุขทางโลก เหมือนกับการเกาขอบปากแผลที่คัน ยิ่งเกายิ่งมัน เวลาหยุดเกา มันแสบมันคัน เพราะเป็นความสุขเกิดจากความเร่าร้อน

85. เมื่อตอนที่อยากได้ ก็เป็นทุกข์ขณะที่แสวงหา ก็เป็นทุกข์ ได้มาแล้วกลัวฉิบหายไป ก็เป็นทุกข์

86. เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้ก็ต้องมี เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ก็ย่อมไม่มี

87. หากมีแล้ว ทำให้มีความสุข ควรมี ถ้าหากมีแล้ว ทำให้มีความทุกข์ ไม่รู้จะมีไว้ทำไม ?

88. ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่เที่ยง เราไปยึดมั่นความไม่เที่ยงนั้นว่าความสุข

89. แม้ความสุขนั้นมันก็ไม่เที่ยง จะไปหวังเอาอะไรอีกเล่า ?

90. พบกันก็เพื่อจากกัน ได้มาก็เพื่อจากไป

91. มองทุกข์ให้เห็นทุกข์ จึงจะมีความสุข

82. ความเบาใจ คลายกังวล ย่อมมีได้ แก่บุคคลผู้เข้าใจธรรมะ

93. ยิ่งเข้าถึงธรรมที่เป็นจริงมากเท่าใด ความเบาสบายใจยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

94. เพราะความสุขทางโลก ไม่ให้อะไรมากไปกว่าความเพลิดเพลิน มัวเมา ประมาทในชีวิต จนลืมทางธรรม

95. ทางเดิน ๒ ทาง ทางโลก และ ทางธรรม

96. ทางโลก คือการปล่อยใจไปตามความอยากในโลกีย์ ทางธรรม คือการควบคุมใจตนเอง ให้มีธรรมเป็นเครื่องคุ้มครอง

97. ผิดหวังทางโลก ยังมีทางธรรมคุ้มครอง หากคนนั้นรู้จักธรรม

98. ผิดหวังทางโลก อยากทำลายทุกสิ่งทุกอย่างแม้กระทั่งตนเอง คนนั้นแหละ ไม่รู้จักธรรม

กว่า ๑๓๐ ปี ของ "ศุลกสถาน"

กว่า ๑๓๐ ปี ของ "ศุลกสถาน"



ศุลกสถาน - The Custom House (โรงภาษีร้อยชักสาม หรือโรงภาษีเก่า ชาวแต้จิ๋วเรียกว่า ฟ้าซีกวนหรือแป๊ะลั่นซา) อดีตอาคารที่ทำการของศุลกสถาน (กรมศุลกากรในปัจจุบัน) สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ในช่วงสยามเปลี่ยนจากระบบเศรษฐกิจแบบผูกขาดไปเป็นการค้าเสรี ในปี พ.ศ. ๒๔๓๓

ศุลกสถาน เป็นอาคารสูง ๓ ชั้น มีมุขกลางสูง ๔ ชั้น ศิลปะโรมันคลาสสิค โดยมีสถาปัตยกรรมทรงนีโอคลาสสิก และสมมาตรตามวิถีของปัลลาดีโอ (Neo-Palladian) และมีอาคาร ๓ หลังเชื่อมต่อกันเป็นรูปตัวไอ ซึ่งได้รับการออกแบบและก่อสร้างโดย โยอาคิม กรัสซี (Joachim Grassi or Gioachino Grassi) สถาปนิกชาวอิตาลี สัญชาติออสเตรียน - ฝรั่งเศส ที่มีชื่อเสียงและมีผลงานมากมาย

ศุลกสถานแห่งนี้ นอกจากจะเป็นที่ทำการเก็บภาษีสินค้าขาเข้าที่เรียกว่า "ภาษีร้อยชักสาม" แล้วสมัยพระวรงค์เธอพระองค์เจ้าพร้อมพงศ์อธิราช เป็นอธิบดีกรมศุลกากร ก็เคยใช้ศุลกสถาน เป็นที่จัดเลี้ยงและเต้นรำของเชื้อพระวงศ์และชาวต่างชาติ ในงานเฉลิมพระชนมพรรษา ๒ - ๓ ครั้ง รวมทั้งเป็นที่จัดเลี้ยงงานสมโภชเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จนิวัติพระนครหลังจากเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก

จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๐๒ อาคารศุลกสถานถูกปรับเป็นที่ทำการของสถานีตำรวจดับเพลิงบางรัก เป็นระยะเวลายาวนานกว่า ๖๐ ปี ก่อนจะย้ายออกไป ปัจจุบันตัวอาคารถูกปิดการเข้าใช้งาน และอยู่ในสภาพทรุดโทรม

ปัจจุบันสืบเนื่องจากการลงนามข้อตกลง “โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงที่ตั้งโรงภาษีร้อยชักสาม” ระหว่างกระทรวงการคลังกับ บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) ยู ซิตี้ พร้อมด้วยกรมศิลปากร ได้เริ่มลงพื้นที่สำรวจทางโบราณคดีพร้อมทั้งบันทึกและศึกษารายละเอียดด้านสถาปัตยกรรมของศุลกสถาน ในวันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อบันทึกหลักฐานทางประวัติศาสตร์และรูปแบบโครงสร้างดั้งเดิมของตัวอาคารโดยละเอียด โดยข้อมูลและโครงสร้างเดิมที่ค้นพบจากการขุดค้นดังกล่าวจะถูกนำมาใช้อ้างอิงสำหรับการบูรณะอาคารศุลกสถานและการก่อสร้างอาคารใหม่ที่จะเกิดขึ้นภายในพื้นที่ในอนาคต

โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงที่ตั้งโรงภาษีร้อยชักสาม จะใช้เวลาดำเนินการรวมประมาณ ๖ ปี ประกอบด้วยการสำรวจขุดค้นทางโบราณคดี การบูรณะซ่อมแซมอาคารเดิมจำนวน ๓ หลัง ด้วยการเสริมโครงสร้างและความแข็งแรง การตกแต่งภายนอก และการตกแต่งภายใน รวมถึงการสร้างอาคารใหม่อีก ๑ หลัง โดยคาดการณ์ว่าการดำเนินงานทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในปี พ.ศ. ๒๕๗๘ ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า ๔,๖๐๐ ล้านบาท และในลำดับต่อไปของการพัฒนาโครงการฯ จะครอบคลุมไปถึงการปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นห้องประชุมสัมมนา ห้องจัดเลี้ยง พร้อมด้วยห้องอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน


ขอบพระคุณภาพและข้อมูลเบื้องต้นจากทวิตเตอร์ ‪@AsiaTitawat‬

วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ทำยังไงให้มีเงินเดือนเกิน 100,000 บาท

ทำยังไงให้มีเงินเดือนเกิน 100,000 บาท 
Cr: เพจ มุมคิด


ช่วงที่ผ่านมาบริษัทผมมีการปรับเปลี่ยนหมุนเวียนภายในองค์กรขนาดใหญ่
เพื่อให้เหมาะสมกับเนื้องานที่แต่ละคนทำ
สิ่งหนึ่งที่แอดเห็นคือ เงินเดือนขั้นต่ำ 100,000 บาทต่อเดือนมีจริง
และไม่จำเป็นต้องเป็นระดับผู้บริหารสูงสุดด้วย
ผมได้สรุป #KeyPoint สั้นๆ
สำหรับเป็นแนวทางให้เพื่อนๆที่ต้องการได้เงินเดือนสูงๆมาให้


1. บริษัทกำหนดเงินเดือนจาก #Demand และ #Supply
ยิ่งตำแหน่งงานมีความต้องการคนมากเท่าไร
เงินเดือนก็จะยิ่งสูงขึ้นไปเท่านั้น
#Demand กำหนดโดยตั้งเป้าว่าทำยังไงให้บริษัทมียอดขาย
ทุกบริษัทต้องการรายได้ ซึ่งรายได้ก็ต้องมีคนขาย และคนเตรียมของมาขาย
ไม่ว่าจะอุตสาหกรรมยา ถักทอ นำเข้าส่งออกหรืออะไรก็ตาม
ซึ่งคนตำแหน่งนี้มักจะเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้เงินเดือนสูง
ส่วน #Supply ก็มาจากจำนวนคนที่ต้องการว่าหายากแค่ไหน
ถ้าผมต้องการ เซล ระหว่างประเทศที่พูดภาษา
ไทย จีนกลาง จีนกวางตุ้ง อังกฤษ ญี่ปุ่น สเปน พูด 6 ภาษาในคนๆเดียว
มันก็แน่นอนว่า คนๆนี้หายากมาก
และเงินเดือนเขาก็ต้องสูงมากๆ เช่นกัน
เพราะฉะนั้น ก่อนไปสมัครงาน
#อย่าลืมดู ว่าบริษัทที่จะไปเขาขายอะไร แล้วตัวเราจะเป็นความต้องการของเขาไหม
ถ้าคำตอบคือ ไม่ ก็อย่าไปสมัครเลย คุณจะโตยาก

2. #ต้องมีสกิลหรือความสามารถเฉพาะทางที่ทดแทนยาก
เหมือนข้อ 1 ที่คุณต้องเป็น Supply ส่วนน้อยให้ได้
ตำแหน่งที่เงินเดือนสูงมักจะเป็นตำแหน่งที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะทาง ที่คนส่วนใหญ่ทำไม่ได้
เช่น หากคุณเป็นฝ่ายขาย คุณก็ต้องเก่งในด้านการทำความเข้าใจลูกค้าเป็นพิเศษ
หรือถ้าเป็นการเงินคุณก็ต้องสามารถจัดเตรียมกระแสเงินสดให้บริษัทดำเนินกิจการได้โดยไม่สะดุด
แน่นอนว่าความสามารถทดแทนได้เสมอ
ขนาดหมอผ่าตัดยังอาจโดนทดแทนได้ในอนาคตเลย
เพราะฉะนั้น คุณก็ต้องห้ามหยุดเรียนรู้และพัฒนาตัวเองตลอดชีวิต

3. #ไม่อยู่ในComfortZone
คนเงินเดือนสูงทุกคนต้องมีเหมือนกันหมดคือ
คุณจะเจอสิ่งใหม่ๆที่พร้อมให้ร้องว่า #เฮียอะไรวะเนี่ย
โดยที่ไม่มีใครสอนว่าทำไง และไม่มีคู่มือให้ทำตาม
พร้อมแรงกดดันที่ต้องจัดการให้เสร็จทุกๆวัน
สกิลที่ต้องมีเพื่อเอาชนะข้อนี้คือ

- คิด
- วิเคราะห์
- แยกแยะ
- ควบคุมอารมณ์

4. #รู้จักเพื่อนเก่งๆให้เยอะๆ
หากคุณไม่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทาง
คุณต้องมีเพื่อนให้เยอะ รู้จักคนให้มากเพราะเพื่อนคือทรัพย์สิน
ยิ่งเพื่อนคุณเก่ง และอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรมมากเท่าไร
คุณก็จะยิ่งเป็นทรัพยากรที่หายากมากขึ้นเท่านั้น
บางครั้งบริษัทไม่ได้เลือกผู้จัดการจากความสามารถเป็นหลักนะครับ
แต่เลือกเพราะเขารู้จักคนเยอะ...มาก
เพราะคนที่มีคอนเนคชั่นเยอะ มีค่ามากกว่าคนเก่งในสายตาเจ้าของ


5. #มีความเป็นผู้นำ และ #ถ่ายทอดความรู้ได้
ข้อนี้เรามักจะเจอในผู้จัดการและผู้บริหารที่มีอายุหน่อย
เพราะเป้าหมายคือเราต้องการคนมีจะมาเป็นผู้นำให้กับน้องๆในบริษัท
ให้ทำงานโดยมีเป้าหมายไปในทางเดียวกัน
ความสามารถที่ต้องการคือ

- EQ
- การแบ่งงาน
- การตั้งเป้าหมายและควบคุมให้ทีมทำงานในทางเดียวกัน
- การสอนงานและการแนะนำ

ทุกท้ายนี้ขอบอกสั้นๆว่า  "ยิ่งเจ้าของทำไม่ได้ เงินเดือนคุณยิ่งแพง"

credit รูป : Salesforce

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2562

13 วิธีทำไงให้แก่ช้า

เรื่องจริงก่อนที่จะสายเกินไป ยังไม่ถึงอายุ 60 ปี ไปเที่ยวกันซะบ้างนะ ! ก่อนที่จะ เดินไม่ไหว
ใจไม่สู้ดูไม่เห็นเอ็นจะยึดกินแล้วจืดเหนื่อยหืดหอบชอบรำคาญ ลูกหลานเบื่อ ไม่เหลือเพื่อน 
ลืมเลือนเลอะเทอะไปเที่ยวกันเถอะ พวกเรา

13 วิธีทำไงให้แก่ช้า


1. คบเด็กเป็นหลัก
2. อย่าจมปลักกับวันวาน
3. หัวเราะเฮฮา
4. ลามกบางครั้ง
5. ฟังเพลงเป็นประจำ
6. ค่ำลงก๊งละเป๊ก
7. อย่าเก๊กเกินตัว
8. อย่ามัวเมาแต่ธรรมะ
9. อย่าลดละเรื่องกิเลส
10. อย่าทำตัวทุเรศทุรัง
11. มีสตางค์อย่าขี้เหนียว.
12. ท่องเที่ยวให้สำราญ
13. ทำตัวเบิกบานเริงร่า
….รู้แล้วบอกต่อนะ ได้บุญเท่ากับทอดกฐิน 9 วัด….

ที่มา: เรื่องจริงก่อนที่จะสายเกินไป ยังไม่ถึงอายุ 60 ปี ไปเที่ยวกันซะบ้างนะ