ปรัชญาจากไวโอลิน
* นักเล่นไวโอลินระดับเชียนคนหนื่งเคยบอกผมว่า
ไวโอลินที่ดีนั้นจะใด้ตำแหน่งวางนิ้วเป๊ะ ให้เสียงใสกังวาน
จนสะดุดหู นี้คือข้อแตกต่างระหว่าง ไวโอลิน
ราคาสองพันกับไวโอลินตัวละสองแสนบาท
แต่ไม่ทุกคนที่ฟังออก ไวโอลินเป็นเคื่องดนตรี ที่บอบบาง
แผ่นไม้บางเชื่อมกันด้วยกาวเท่านั้น จึ่งต้องดูแลรักษาต่อเนื่อง
สม่ำเสมอ ไม่ให้ถูกความชื้นกับแดด ซื่องเป็นสาเหตุหลักที่
ที่ทำลายหรือลดคุณภาพไวโอลิน
เขายังสอนผมว่า ภายในไวโอลินชั้นดีทุกตัว สลักซื่อของคนส้างงาน
ไว้บนผิวไม้ภายในไว โอลินที่ดีที่ดีไม่ว่าผ่านมานับร้อยปี ก็ยังส่งเสียงแผ่วพิ้ว
อ่อนหวานจับใจและมีแตคนที่ฝึกโสตประสาทอย่างดีจื่งสามารถแยกแยะความแตกต่าง
ระหว่าง ไวโอลินดีกับไวโอลินเกือดีใด้
ประโหยดสุดท้ายของเขาที่ติดหูผมมาจนบัดนี้
คือ **เมื่อเล่นของดีแล้ว ก็จะไม่เล่นของไม่ดีอิก**
การเล่นไวโอลินก็เหมือนกินอาหาร กินร้านอร่อยแล้วก็ไม่อยากกินร้านเดีมอิก
เมื่อรู้ความแตกต่างระหว่างอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ
กับอาหารขยะ ก็ลดเสพอาหารขยะเพาะรู้ว่าจะทำร้ายร่างกายตัวเองไปทำไม
นี่ไม่ใช่ดูหมิ่นหยิบหยามของราคาถูก มันเพียงชี้ว่า
ของดีมักมีราคาสูงกว่า ตามต้นทุนการผลิต ราคาสูงจึงต่างจากราคาแพง เพาะราคา
*แพง* กับราคา *สูง* มีความหมายต่างกัน สินค้าราคาสิบบาท
อาจแพงมหาศาลก็ใด้ ถ้าเล่นแล้วเสียที่ออกมาเป็นเสียงเลื่อยไม้!
รสนิยมของคนเราพัฒนาขื้นใด้หากรู้จักแยกแยะ *รส*
นี้คือการพัฒนารสนิยมและความสามารถในการเสพศิลปะ
รสนิยมของคนเราเปลี่ยนใด้ พัฒนาใด้ และลดลงใด้เช่นกัน
สี่ที่ผู้เสพควรทำก็คือการเปิดหู เปิดตาเปิดใจ เสพงานที่ดี
นานวันเข้าก็สามารถแยกแยะ ของดีกับของไม่ดี
เช่นเดีวยกับที่การคุกคลี อยู่กับคนเก่งนานๆก็เรียนรู้ใด้มาก
การเดินทางขของชีวิตคนเรานั้น หลายคนเรี่มจากที่ต่ำ
เปลียกสกปรก แล้วค่อยๆไต่ขื้นที่สูงที่แห้ง
ส่วนบางคนก็เดินจากที่สวยงามไปยังที่สกปรก
หรือบ่อโคลนตรม จนเลอะเทอะทังตัว
เราจะเลี่ยงการเดินลงสู่บ่อโคลนใด้อย่างไร
หากเราแยกแยะบ่อน้ำดีกับบ่อโคลนไม่ออก??
เช่นเดีวยกับรสนิยมทางศิลปะ เราสามารถพัฒนาปัญญาใด้
โดยเรียนรู้ส่วนดีและส่วนไม่ดีของงานแต่ละชี้น
เมื่อรู้ว่าอะไรคือบ่อโคลน และมันแย่อย่างไร
ก็จะไม่ลงไปเกลือกกลั้วกับมัน
พัฒนาตัวเองให้ดีขื้นทัง กาย ใจ และปัญญา
แต่สิ่งแรกคือการชะนะใจตัวเองหรืออำนาจไฝ่ต่ำ (ไม่ใด้หมายถึงกามราคะอย่างเดีวย)
ปรารถนาให้ตัวเองพัฒนาขื้น รักตนเองจึงให้สิ่งดี ๆ แก่ตนเอง
หลวงปู่หมั่น ภูรัทัตโต กล่าวว่า *ธรรมชาติของดีทังหลายนั้นย่อม
เกิดมาแต่ของไม่ดีมี อุปมาดั่งดอกปทุมชาติอันสวยงามก็เกิดมาจาก
โคลนตมอันเป็นสกปรก น่าเกลียด แต่ว่า ดอกบัวนั้นเมื่อขื้น
พ้นโคลนตมแล้วย่อมเป็นสิ่งสะอาด เป็นที่ทัดทรงของพระราชาอุประราช
อำมาตย์ เสนาบดี เป็นต้น แล้วดอกบัวนั้นก็มิกลับคืนไปยังโคลนตมอิก*
เมื่อเล่นของดีแล้ว ก็จะไม่เล่นของไม่ดีอิก
Author นรเดช
ขอขอบคุณบทความจาก
หนังสือ ชีวิตคือปาฏิหาริย์
วินทร์ เลียววาริณ