วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

สะพานน้ำคอนยาวสุดในลาว พาเส้นทางรถไฟจีน-ลาว

ตอม่อสะพานน้ำคอนยาวสุดในลาว พาเส้นทางรถไฟจีน-ลาวรุดหน้าไปโลด
ภาพเสาตอม่อสะพานน้ำคอน ที่โครงสร้างหลักถูกสร้างแล้วเสร็จ ภาพเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2018 (ภาพ ซินหวา)

สำนักข่าวซินหวาของทางการจีนเผยแพร่ภาพเสาตอม่อสะพานใหญ่ข้ามน้ำคอน ในกรุงเวียนจันทร์ ประเทดลาว พร้อมระบุว่าคนงานของบริษัทรถไฟจีนคือ China Railway No. 2 Engineering Group ได้สร้างโครงสร้างหลักของสะพานน้ำคอนแล้วเสร็จ ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าของงานก่อสร้างเส้นทางรถไฟจีน-ลาวครั้งหลักหมาย

รายงานของสำนักข่าวซินหวาระบุ ว่าสะพานน้ำคอนเป็นสะพานยาวที่สุดของเส้นทางรถไฟจีน-ลาว ขณะเดียวกันก็ทำสถิติสะพานยาวที่สุดในประเทดลาวด้วย

ทั้งนี้ ตามแผนฯระบุระยะเวลาการก่อสร้างเส้นทางรถไฟจีน-ลาว 5 ปี และจะเปิดให้บริการในปี 2564 หรืออีก 3 ปีกว่า ทางรถไฟสายนี้เชื่อมระหว่างมณฑลอวิ๋นหนัน หรือยูนนานทางภาคตะวันตกเฉียงใต้จีน ไปยังกรุงเวียนจันทน์

สำหรับทางรถไฟในดินแดนลาว เริ่มจากชายแดนเมืองบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา ผ่านแขวงอุดมไซ หลวงพระบาง เวียงจันทน์ และ นครเวียงจันทน์ ประกอบด้วย 32 สถานี ต้องสร้างสะพานข้ามลำน้ำ ลำห้วย รวมทั้งแม่น้ำโขงช่วงเมืองหลวงพระบาง รวมทั้งหมด 167 แห่ง เจาะอุโมงค์ 75 อุโมงค์ ความยาวของสะพานกับอุโมงค์ คิดเป็นประมาณ 62% ของระยะทางทั้งหมด

ทางรถไฟส่วนใหญ่ยังตัดผ่านเขตภูเขาคิดเป็น 80% ของเส้นทาง ตัดผ่านเขตพื้นราบมีเพียง 20% เท่านั้น ทั้งนี้เป็นข้อมูลจากรายงานของคณะกรรมการชี้นำโครงการก่อสร้างทางรถไฟ ที่มีนายบุนจัน สินทะวงม รมว.โยธาธิการและขนส่ง เป็นประธาน ระบุเมื่อปีที่แล้ว

ภาพเสาตอม่อสะพานน้ำคอน ที่โครงสร้างหลักถูกสร้างแล้วเสร็จ ภาพเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2018 (ภาพ ซินหวา)

ภาพเสาตอม่อสะพานน้ำคอน ที่โครงสร้างหลักถูกสร้างแล้วเสร็จ ภาพเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2018 (ภาพ ซินหวา)

ภาพเสาตอม่อสะพานน้ำคอน ที่โครงสร้างหลักถูกสร้างแล้วเสร็จ ภาพเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2018 (ภาพ ซินหวา)

วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561

จากคนยากจนสู่ตระกูลที่รวยที่สุดในโลก

จากคนยากจนสู่ตระกูลที่รวยที่สุดในโลก

หากเราพูดถึงครอบครัวที่รวยที่สุดในไทยเราคงจะถึงคิด .... กลุ่ม CP หรือ กลุ่มเสี่ยเจริญ (ขอรั้งความคิดทุกคนไว้แค่นี้)

แต่หากพูดถึงตระกูลที่รวยที่สุดในประวัติศาสตร์โลกเราคงจะหนีไม่พ้นการต้องพูดถึงตระกูลรอธส์ไชลด์ (Rothschilds) ตระกูลที่อาจมีหรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอิลลูมินาติ และเป็นตระกูลที่ครั้งหนึ่งรวยขนาดสามารถให้ธนาคารแห่งชาติของประเทศอังกฤษกู้เงินไปทำสงครามได้

ซึ่งโดยปกติแล้ว กลุ่มตระกูลที่จะรวยขนาดนี้ได้ต้องเคยเป็นคนในชนชั้นสูงหรือราชวงศ์มาก่อน แต่ไม่ใช่กับตระกูลนี้ เพราะตระกูลรอธส์ไชลด์เป็นเพียงกลุ่มผู้อพยพชาวยิวที่เข้าไปอาศัยในพื้นที่แออัดในเมืองแฟรงเฟิร์ตประเทศเยอรมนีเท่าน้น

ในสมัยนั้น การจำแนกบ้านแต่ละหลังไม่ได้ใช้เลขที่บ้านเหมือนเราในปัจจุบัน แต่ใช้การปักธงหรือสัญลักษณ์ต่างๆในหน้าบ้าน ซึ่งสัญลักษณ์นี้เองที่เป็นที่มาของชื่อนามสกุล รอธส์ไชลด์ (Rothschilds) เพราะคำว่ารอธส์ไชลด์มีความหมายสื่อถึง โล่สีแดง ที่ตระกูลยิวกลุ่มนี้แขวนเอาไว้หน้าบ้านของพวกเขานั่นเอง

แล้วกลุ่มผู้อพยพยากจนอาศัยอยู่ในพื้นที่แออัดกลายมาเป็นตระกูลที่รวยที่สุดในโลกได้ยังไง?

ตระกูลรอธส์ไชลด์หากินด้วยการทำธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราให้กับพ่อค้าและเหล่าขุนนางที่ทำการค้ากับเมืองอื่น เพราะการแลกเปลี่ยนแต่ละครั้งต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบชนิดเหรียญ ตรวจสอบน้ำหนัก และคำนวนอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเรื่องเฉพาะทางแบบนี้มักจะตกเป็นงานของชาวยิวซึ่งเก่งมากในเรื่อการคำนวนอยู่แล้ว

แล้วโอกาสใหญ่ก็มาถึงตระกูลรอธส์ไชลด์ ในช่วงศัตวรรษที่ 18 ไมเออร์ อัมส์เชล รอธส์ไชลด์พบโอกาสว่าลูกค้าที่ทำการแลกเปลี่ยนเงินตรากับเขามีความต้องการกู้ยืมเงินเพื่อทำการค้า แต่ศาสนาคริสต์ได้ห้ามศาสนิกชนทำการปล่อยกู้เงิน ทำให้เหล่าขุนนาง และพ่อค้ารายใหญ่ไม่สามารถทำธุรกิจปล่อยกู้ได้

นั่นจึงเป็นโอกาสของตระกูลรอธส์ไชลด์ เพราะพวกเขาคือชาวยิวไม่ใช่ชาวคริสต์ และไมเออร์จึงได้เริ่มทำธุรกิจปล่อยสินเชื่อซึ่งทำให้ตระกูลรอธส์ไชลด์แทบจะเป็น monopoly ในธุรกิจนี้

อาณาจักรรอธส์ไชลด์เติบโตมาเรื่อยๆจนมาเจอวิกฤตใหญ่ ที่อาจทำให้พวกเขาเสียเงินทั้งหมดไปเลย ในช่วงปี 1800 เหตุเพราะสงครามนโปเลียน

นโปเลียนกำลังทำการบุกตีเมืองต่างๆจนแตก ซึ่งรวมถึงเมืองที่ตระกูลรอธส์ไชลด์อาศัยอยู่ด้วย ซึ่งถ้าหากพวกเขาไม่ทำอะไรเลย ทรัพย์สินของพวกเขาทั้งหมดอาจถูกนโปเลียนปล้นไปก็เป็นได้ ด้วยเหตุนี้ไมเออร์จึงได้ส่งลูกชายตัวเอง นาธาน รอธส์ไชลด์ ไปตั้งธนาคารและทำการปล่อยกู้ให้กับพระเจ้าจอร์จที่ 3 แห่งงสหราชอาณาจักร เพื่อทำสงครามกับนโปเลียนเป็นเงินกว่า 9.8ล้านปอนด์ (ประมาณ 30,000ล้านบาทในปัจจุบัน) จนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่อังกฤษสามารถชนะสงครามในที่สุด

หลังชนะสงคราม จักรพรรดิฟรันซ์ที่ 1 แห่งออสเตรียได้ทรงแต่งตั้งตระกูลรอธส์ไชลด์ให้เป็นขุนนางในตำแหน่งไฟร์แฮรร์ ตระกูลรอธส์ไชลด์ที่อังกฤษก็ได้เป็นขุนนางเช่นกันในตำแหน่งบารอน

ทำให้ตระกูลรอธส์ไชลด์นอกจากจะมียศถาบรรดาศักดิ์แล้ว พวกเขายังเป็นเจ้าหนี้ของธนาคารแห่งชาติอังกฤษอีกด้วย แน่นอนด้วยเส้นสายและปริมาณเงินหนาขนาดนี้ การแผ่ขยายอำนาจไม่ใช่เรื่องยาก ไมเออร์ อัมส์เชล รอธส์ไชลด์ทำการส่งลูกชายทัง 5 ของตัวเองไปยัง 5 เมืองหลวงใหญ่ของยุโรปเพื่อทำธุรกินธนาคารและปล่อยชินเชื่อได้แก่ ลอนดอน, ปารีส, แฟรงก์เฟิร์ต, เวียนนา และเนเปิลส์

#ทิกเกอร์

Credit http://www.lagazeta.com.ar/rothschild_nathan.htm

วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2561

คามิคัสซุ เมืองเล็กๆในญี่ปุ่นที่ไม่มีขยะ




คามิคัสซุ เมืองเล็กๆในญี่ปุ่นที่ไม่มีขยะ
คำว่า ไม่มีขยะในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าเค้าไม่ทิ้งขยะกันเลยนะคะ เพราะยังไงสินค้าที่เราซื้อแทบจะทุกชนิด ก็ต้องมาในหีบห่อบรรจุ เช่น กระป๋อง ถุงพลาสติก ลังกระดาษหรือโฟมอยู่ดี
แต่การจัดการกับขยะของเมืองนี้ทำให้ขยะทุกชิ้นได้ไปรีไซเคิลทั้งหมด ไม่ต้องเผาขยะเพื่อกำจัดในชุมชนเหมือนเมื่อก่อน
ชาวเมืองคามิคัสซุทุกคนเข้าร่วมโครงการ Zero waste อย่างเต็มใจ แม้ว่าแรกๆ ทุกคนจะบ่นว่ายากที่จะปรับตัวและทำความเข้าใจเวลาแยกขยะ
ชาวบ้านในเมืองคามิคัสซุจะแยกขยะ ตามหมวดหมู่ทั้งหมดที่โครงการนี้ตั้งไว้คือ 45 ชนิด และนำขยะจากที่บ้านมาทิ้งลงในกระบะที่ศูนย์ให้ถูกต้อง เพื่อให้พนักงานเราขยะไปรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น
โครงการแบบนี้เกิดขึ้นได้เพราะคนในชุมชนเปลี่ยนวิธีการคิด และการใช้ชีวิต แม้ว่าการแยกขยะจะยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้
ถ้าบ้านเรามีโครงการดีๆแบบนี้ก็น่าจะดีนะคะ
อย่าลืมลดการใช้ถุงพลาสติก เพื่อลดจำนวนขยะเบื้องต้นก่อนนะคะ เริ่มจากตัวเราได้เลยง่ายๆ



CR: #มุมคิด